จัดการหลุมสิว กระชับรูขุมขน คืนผิวเรียบเนียน ด้วยเทคโนโลยี Micro-needle Fractional RF อันทรงพลัง

จัดการหลุมสิว กระชับรูขุมขน คืนผิวเรียบเนียน
ด้วยเทคโนโลยี Micro-needle Fractional RF
อันทรงพลัง

GOLD DERMA LASER


เป็นเลเซอร์ในระบบ Micro-needle Fractional RF อันทรงประสิทธิภาพในการรักษาหลุมสิว, กระชับรูขุมขน, ยกกระชับผิว, ช่วยให้ผิวแน่นละเอียดอ่อนเยาว์, โดยการส่งผ่านพลังงานของคลื่นพลังงานวิทยุที่เหมาะสมและแม่นยำ (fractional radio frequency energy) ผ่าน Gold Plate Microneedles ซึ่งสามารถปรับระดับความลึก 0.5 - 3.5 mm จึงสามารถออกแบบการรักษาในการแก้ปัญหาหลุมสิวที่อยู่ลึก ได้โดยการส่งพลังงานผ่านหัวเข็ม Gold Plate Microneedles ลงสู่ผิวชั้นหนังแท้ เกิดขบวนการ Ablasion และ Coagulation ส่งผลในการกระตุ้นคอลลาเจน ไฟโบรบลาสต์ เกิด Cell regeneration อย่างรวดเร็ว และเกิดการเรียงตัวใหม่ (Dermal remodelling) ของคอลลาเจนที่เรียงตัวผิดปกติในชั้นผิวหนังแท้โดยไม่กระทบผิวหนังชั้นบน แก้ปัญหาผิวที่แก้ไขได้ยาก สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เพียง 1 ครั้ง หลังการรักษาเพียง 1 สัปห์ดา และเห็นการเปลี่ยนแปลงสูงสุดภายใน 3 เดือนและ เกิด Cell regeneration ต่อเนื่องจนถึง 6 เดือนในหลังเข้ารับการรักษาตั้งแต่ครั้งแรก สัมผัสผลลัพธ์จากผิวที่เรียบเนียนและยกกระชับขึ้น โดยมี Downtime ที่ต่ำมากหรือ No downtime ผิวหนังฟื้นฟูสภาพโดยเกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุด ซึ่งจะแตกต่างจากการส่งพลังโดยเลเซอร์ ซึ่งส่งผลต่อผิวหนังชั้นบน หรือ epidermis อาจเกิดผิวที่เข้มขึ้น (PIH) เกิดแผลตกสะเก็ด พักฟื้นนาน และไม่สามารถแก้ปัญหาหลุมสิวที่อยู่ลึกได้เต็มประสิทธิภาพ โดย Gold Derma Laser มี 2 mode หลักในการรักษา คือ Gold matrix ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวในรูปแบบ Sublative rejuvenation และ Gold Plate Microneedles ทำงานในรูปแบบ Minimally invasive rejuvenation มีประสิทธิภาพในการรักษาหลุมสิวที่อยู่ลึก กระชับรูขุมขน ยกกระชับผิว ลดริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์ สามารถแก้ปัญหาบริเวณผิวหน้า และผิวกาย





GOLD DERMA LASER ทำงานอย่างไร ?

  • ทำงานโดยการส่งผ่านพลังงานของคลื่นพลังงานวิทยุที่เหมาะสมและแม่นยำ (fractional radio frequency energy) ผ่าน Gold Plate Microneedles ซึ่งสามารถปรับระดับความลึก 0.5 - 3.5 mm
  • Bipolar RF หรือพลังงานคลื่นวิทยุชนิด 2 ขั้ว จะถูกส่งผ่านหัวเข็มที่ปรับระดับความลึกได้ไปชั้นใต้ผิวหนัง
  • ความร้อนที่สูงถึง 60 องศาเซลเซียส จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน และเกิด collagen remodelling บริเวณโดยรอบหัวเข็มที่เกิด ablasive และ coagulation
  • ให้ผลการรักษาที่ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก ภายใน 1 สัปห์ดา

ข้อดีของ GOLD DERMA LASER ซึ่งเป็นเลเซอร์ในระบบ Micro-needle Fractional RF ที่แตกต่างจากเลเซอร์ระบบ Laser Skin Resurfacing หรือ ablative laser ชนิดอื่น

ข้อดีของ Micro-needle Fractional RF คือสามารถให้ผลการรักษาที่เทียบเท่ากับ skin vesutacing laser (กลุ่ม CO2 Lasers เช่น eCO2, SmartXide, Fraxel) แต่การพักฟื้นต่ำกว่า และความเสี่ยงในการเกิด รอยดำจากการอักเสบของผิว หรือ PIH (Post Inflamatory Hyperpigmentation) น้อยกว่า อีกทั้งสามารถใช้รักษาในผู้ที่มีสีผิวเข้มได้

โดย CO2 Lasers เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมที่มีมานานในการรักษาหลุมสิว ซึ่งจัดได้ว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดี หลักการทำงานคือการใช้เลเซอร์ยิงเจาะเปิดผิว ให้เกิดการซ่อมแซมตัวเองของผิวหนังโดยการสร้างคอลลาเจน ดันหลุมสิวให้ตื้นขึ้น แต่เนื่องจากเป็นการเจาะผิวจากด้านบนด้วยเลเซอร์ จึงทำให้ผิวเป็นสะเก็ด เป็นตาราง และลงไปได้ไม่ลึก นอกจากนี้ การเจาะเปิดผิวชั้นบน อาจทำให้เกิดผิวไวต่อแสงแดด และมีโอกาสเกิดรอยดำ จากการอักเสบของผิว หรือ PIH (Post Inflamatory Hyperpigmentation) ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะหากตั้งค่าพลังงานไม่เหมาะสม อาจทำให้ผิวเกิดเบิร์นไหม้ ยากต่อการรักษา หรือกลายเป็นฝ้าตามมาในภายหลัง

Fraxel ใช้หลักการทำงาน Fractional CO2 โดยเลเซอร์จะถูกปล่อยออกมาในลักษณะที่ละเอียดขึ้น Fraxel ความยาวคลื่น 1, 550 nm จะเหมาะกับหลุมสิว และ 1,927 nm จะเหมาะกับเม็ดสี โดยผลข้างเคียงเช่น หน้าแดง และสะเก็ดจะน้อยกว่า Co2 Laser แต่ว่าการเกิด PIH จากการทำลายผิวชั้นบน ก็ยังคงพบได้เนื่องจากมีหลักการเดียวกัน คือเจาะเปิดผิวชั้นบนลงมาด้วยเลเซอร์ ในขณะที่ประสิทธิภาพได้ผลน้อยกว่าตัว CO2 Laser โดยการทำ Fraxel 4 ครั้ง ให้ผลใกล้เคียงการทำ fractional CO2 1 ครั้ง

E matrix ใช้หลักการทำงาน โดยจะส่งผ่านพลังงานลงไปผ่านหัวทิปซึ่งมีลักษณะคล้ายปิระมิดใต้ผิว ทำให้การส่งพลังงานดีกว่า CO2 Laser และ Fraxel ที่เมื่อผ่านชั้นผิวไป พลังงานจะค่อยๆลดลง แต่ด้วยลักษณะการส่งพลังงานจึงทำให้เกิดความร้อนสะสมในผิวชั้นตื้นมีโอกาสเกิดหน้าแดง บวม และ แสบร้อนได้มาก อีกทั้งเกิดสะเก็ดชัดที่สุดเมื่อเทียบกับเลเซอร์รักษาหลุมสิวทั้งหมด ดังนั้นก็ต้องเตรียมวันพักหน้าให้ดีก่อนเข้ารับการรักษา

Fractional Microneedle RF หรือ Gold Derma Laser เป็นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษาหลุมสิว ซึ่งใช้การส่งผ่านพลังงานผ่านหัวเลเซอร์ Micro-needle โดยปล่อยพลังงาน Fractional RF ที่ผิวชั้นลึก โดยไม่กระทบผิวชั้นบน ซึ่งสามารถลงได้ลึกถึง 3.5 mm ซึ่งเป็นความลึกที่ลึกกว่าเลเซอร์รักษาหลุมสิวชนิดอื่นๆจึงเห็นผลได้ชัดเจนโดยเฉพาะในเคสที่เป็นหลุมสิวลึก ส่วนผลข้างเคียงพบได้เล็กบ้างโดยอาจจะพบอาการบวมแดง ได้เล็กน้อย แต่มักจะหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมงเท่านั้น และการเกิดสะเก็ดน้อยจนแทบไม่เห็น เพียงเอามือลูบอาจจะรู้สึกสากๆประมาณ 1-3 วันเท่านั้น และ เนื่องจากมีการทำลายผิวชั้นบนที่น้อยมาก โอกาสการเกิด PIH หรือ รอยดำหลังทำนั้น จึงน้อยที่สุด และสามารถทำได้ในทุก skin type และทุกสีผิว

จะเห็นได้ว่าจากหลักการทำงานของMicro-needle Fractional RF จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวชั้นลึกโดยไม่กระทบ ต่อผิวหนังชั้นบน จึงทำให้สามารถรักษาหลุมสิวที่อยู่ลึก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงและต้องพักฟื้นนาน

ดังนั้น Micro-needle Fractional RF (Gold Derma Laser ) จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย ทดแทนการใช้เลเซอร์กลุ่ม Skin Resurfacing ในการรักษาหลุมสิวแม้หลุมสิวลึก คืนผิวแน่นกระชับเรียบเนียนแม้ในผู้ที่มีสีผิวเข้ม และมีความเสี่ยงต่อการเกิด PIH ได้


GOLD DERMA LASER เหมาะกับใครบ้าง ?

  1. รักษารอยแผลเป็นหลุมสิว (Acne scars)โดยเห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้งแรกของการรักษา และต่อเนื่องไปจนถึง 6 เดือน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนควรรักษาต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง
  2. ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ผลัดเซลล์ผิวใหม่ เพื่อผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนยิ่งขึ้น (Uneven skin tone and texture)
  3. มีผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน ผิวไม่กระชับ รูขุมขนกว้าง (Large pores)
  4. ต้องการผิวละเอียด และยกกระชับผิว (Tightens and lifts the skin) กระชับผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ
  5. มีปัญหารอยแตกลาย (Stretch marks)
  6. ลดเรือนริ้วรอย (wrinkles) บริเวณใบหน้า และลำคอ

ข้อดีของการทำ GOLD DERMA LASER

  1. เห็นผลเร็วใน 1 สัปห์ดา เห็นการเปลี่ยนแปลงในการรักษาเพียง 1 ครั้ง ควรทำการรักษาอย่างต่อเนื่องในทุก 1-3 เดือน 3-4 ครั้ง
  2. มีประสิทธิภาพสูง และ ปลอดภัย สามารถรักษาได้ในทุก Skin type ทุกสีผิว
  3. เห็นผลสูงสุดในการรักษาเพียง 3 สัปห์ดา และเกิด Cell regeneration ต่อเนื่อง 6 เดือน
  4. เจ็บน้อย down time สั้น
  5. ให้ผลดีมากในการรักษาหลุมสิว แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง รวมถึงรักษารอยแตกลาย
  6. ลดริ้วรอยจากผิวที่แน่นกระชับขึ้น
  7. ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์

ขั้นตอนการรักษา

  1. ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีในการแปะยาชาบริเวณทำจะทำการรักษา
  2. ทำการรักษาด้วย 2 mode ในการรักษาคือ Gold matrix หรือ Gold Plate Microneedles ที่เปิดใช้ใหม่ในทุกครั้ง (Disposable tip matrix)
  3. ระหว่างทำการรักษาใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา
  4. ที่ BAC Clinic มีการทำเมโส Stem cell growth สะกิดผิวทั่วบริเวณ และฉีดบริเวณที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษเช่นหลุมสิว เพื่อให้เกิดการซ่อมแซมผิวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  5. ทายา มาร์คหน้า peptide และทำ Cryotherapy เพื่อลดความระคายเคืองผิว
ผลการรักษา





ผลการรักษารอยแผลเป็นหลุมสิว (Acne scars)
ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างในแต่ละบุคคล





ผลการรักษารอยแผลเป็น (Trauma scars)
ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างในแต่ละบุคคล





ผลการรักษารอยแผลเป็น(Trauma scars)
ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างในแต่ละบุคคล





ผลการรักษารอยแดง (Post-inflammatory erythema)
ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างในแต่ละบุคคล


ข้อควรปฏิบัติหลังเข้ารับการรักษา

  1. หลังเข้ารับการรักษาอาจพบอาการบวมแดงเล็กน้อยจากความร้อนและการขยายตัวของเส้นเลือดใต้ผิวหนังซึ่งส่วนใหญ่จะหายภายใน 1-3 ชั่วโมง
  2. ใบหน้าอาจพบรอยแดง หรือสะเก็ดบางๆ ซึ่งจะหลุดออกภายใน 2- 3 วัน แต่ยังคงสามารถแต่งหน้าใด้ตามปกติหลังจากทำการรักษาไปแล้ว 24 ชั่วโมง
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจกระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายเคือง เช่นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide, กรดผลไม้ AHA BHA , กรดวิตามิน A อย่างน้อย 2-3 วัน และหลีกเลี่ยงการขัดผิว
  4. ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้อยู่เดิม และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับหลังเข้ารับการรักษา
  5. หลีกเลี่ยงการโดนน้ำโดยทันที โดยสามารถใช้น้ำเกลือเช็ดผิวอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  6. หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด การแช่น้ำร้อน การอบซาวน่า อย่างน้อย 1- 2สัปห์ดา และควรทามอยเจอร์ไรเซอร์และครีมกันแดดเป็นประจำ

รู้จักกับรอยแผลเป็นจากสิวหรือแผลเป็นหลุมสิว


ความแตกต่างของรอยแดงรอยดำจากสิว และ รอยแผลเป็นจากสิว ?

  รอยแดงรอยดำจากสิว สามารถหายได้เอง เกิดเพียงชั่วคราว ในขณะที่ รอยแผลเป็นจากสิว ไม่สามารถหายเองได้ และส่งผลต่อเนื่อง โดยรอยด่างดำหลังสิวหายหรือ Post-inflammatory hyperpigmentation (PIH) ซึ่งสามารถเกิดเป็นรอยดำหรือรอยแดง (Post-inflammatory erythema) สามารถหายได้เองภายใน 4-8 เดือน ในขณะที่รอยแผลเป็นจากสิว หรือแผลเป็นหลุมสิวไม่สามารถหายเองได้ และให้ผลต่อเนื่อง


รอยแผลเป็นหลุมสิวเกิดจากอะไร?

รอยแผลเป็นหลุมสิว มักเป็นผลมาจากสิวชนิดตุ่มนูนแดง (papule) สิวหัวหนอง(Pastule) และ สิวหัวช้าง (cystic acne)เมื่อผิวหนังเกิดการอักเสบรุนแรงจากสิว และเป็นโพรงหนองภายในจะส่งผลให้คอลลาเจนใต้ชั้นผิวบริเวณนั้นถูกทำลาย โดยเฉพาะเมื่อเกิดสิวชนิดที่รุนแรงที่สุดคือ สิวหัวช้าง (cystic acne) ซึ่งเป็นสิวที่อยู่ลึกใต้ผิวหนังอีกทั้งยังมีการอักเสบ โดยสาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรียลึกลงไปใต้ผิวหนัง ซึ่งทำให้เกิดเป็นกระเปาะของไขมันที่มีการติดเชื้อ มีลักษณะนูนแดง ขนาดใหญ่ เป็นไตแข็งๆ เต็มไปด้วยหนองภายใน โดยเฉพาะหากไปบีบก็จะทำให้เกิดผลที่รุนแรงที่สุดของสิว และเมื่อเกิดบาดแผลจากการอักเสบหรือการบีบสิว จะทำให้เกิดขบวนการสมานแผลตามกลไกธรรมชาติ โดยจะสร้างผังผืดขึ้นมา ซึ่งผังผืดจะดึงผิวให้ยุบตัวลง และเนื่องจากผิวหนังบริเวณนั้นไม่สามารถซ่อมแซมตนเอง โดยการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนให้เหมือนเคยได้ ผิวจึงไม่ได้รับการเติมเต็ม จึงทำให้เกิดผลที่รุนแรงที่สุด คือ “รอยแผลเป็น”



ภาพที่ 1 แสดงการเกิด รอยแผลเป็นจากสิว

โดยระดับความรุนแรงของรอยแผลเป็นจากสิว ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวด้วยเช่นกัน โดยรอยแผลเป็นสิวมีหลายประเภท โดยแผลเป็นชนิดหลุม หรือรอยหลุมสิว (Atrophic scar) แบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่

  1. Ice pick scars



  2. Boxcar scars



  3. Rolling scars



อัตราค่ารักษาแผลเป็นหลุมสิว

ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของแผลเป็นหลุมสิว เนื่องจากวิธีการรักษา จำนวนครั้ง และเครื่องมือที่ใช้มีความแตกต่างกัน


การรักษาแผลเป็นหลุมสิว

โดยทั่วไปจะแตกต่างในแต่ละบุคคลตามชนิดและระดับความรุนแรงและเพื่อผลที่น่าประทับใจควรรักษาแบบผสมผสาน

  • เช่น หลุมสิวชนิด Ice pick scars และ Boxcar scars ที่ค่อนข้างแคบจะตอบสนองได้ดีต่อการรักษาด้วยวิธี TCA CROSS
  • หลุมสิวชนิด Rolling scars จะตอบสนองได้ดีต่อ fractional lasers, microneedling fractional RF (Gold Derna Laser) ซึ่งระยะเวลาในการซ่อมแซมเซลล์ผิวจะสั้นกว่า fractional lasers โดยปกติใช้ระยะเวลาเพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้น และยังมีความปลอดภัยสูง ลดโอกาสในการเกิด PIH และผลที่ได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 6 เดือนภายหลังการรักษา หลุมสิวยังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • Pico laser ให้ผลดีในการรักษารอยหลุมสิวที่แคบและลึกเช่นกัน เนื่องจากเป็น latest non-ablative laser ที่สามารถส่งพลังงานอย่างแม่นยำ ให้ผลที่ปลอดภัย และระยะเวลาพักฟื้นต่ำ
  • รอยหลุมสิว แผลเป็นที่เกิดจากการดึงรั้งของผังผืด ให้ผลดีกับการรักษาด้วยวิธี subscision, microneedling fractional RF Gold Derna Laser), Pico laser

TCA CROSS (TCA Chemical Reconstruction of Skin Scars)

  • การทำ TCA CROSS เป็นเทคนิกที่ใช้กรด TCA ความเข้มข้นสูงแต้มหลุมสิว โดยใช้อุปกรณ์ไม้จิ้มฟัน หรือเข็มขนาดเล็ก โดยผลของ TCA จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เกิดการสร้างผิวใหม่ รวมถึงทำให้เกิดการเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน แม้หลุมสิวที่ลึก หลุมจิก (Ice pick scars)

ภาพที่ 2 แสดงผลของ TCA CROSS ต่อผิวหนัง


ข้อดีของ TCA CROSS คือ

  • ใช้รักษาในหลุมสิวลึก ที่รักษาได้ยาก และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยเลเซอร์
  • โดยปกติแล้วในการรักษา 1 ครั้ง หลุมสิวลึกดีขึ้น 30 – 40%
  • การรักษาสามารถให้ผลที่น่าประทับใจ หากทำโดยแพทย์ specialist เพียง 2-3 ครั้ง ระยะเวลา 3-6 เดือน ในการรักษาก็สามารถเห็นผลลัพธ์สูงสุดได้
  • เป็นวิธีการที่ไม่เจ็บ และฟื้นตัวได้เร็ว หลังการรักษาควรหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 2 สัปห์ดา

ภาพที่ 3 แสดง Ice pick scars ตอบสนองได้ดีต่อการรักษาด้วย TCA CROSS


การทำ Subcision

เป็นการตัดผังผืดใต้หลุมสิวโดยการใช้เข็มที่เรียกว่า Nokor needles เซาะบริเวณใต้ฐานหลุมทำให้เกิดการแยกชั้นของผิวหนังที่ผังผืดยึดให้พ้นจากฐานหลุม เกิดเลือดสะสมที่รอยแยกพร้อมนำเซลล์ไฟโบรบลาสต์มาซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ เกิดการสร้างใหม่ของคอลลาเจนดันหลุมสิวตั้งแต่ฐานขึ้นไป ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ได้ผลดีกับหลุมชนิด rolling และ boxcar ซึ่งมีฐานกว้าง โดยหลังการทำอาจพบรอยช้ำ ซึ่งจะหายภายใน 2-7 วัน เป็นวิธีที่แพทย์นำมาใช้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่น


ภาพที่ 4 แสดงการทำ Subcision


การเติมรอยแผลเป็นหลุมสิวด้วย Fillers: อาทิเช่น Juvederm, Restylane, Rejuran S

โดยข้อดีของการเติมฟิลเลอร์บริเวณหลุมสิวคือไม่ใช่เป็นการเติมเต็มเพียงชั่วคราว หรือเพียงฉาบผิวเพียงเท่านั้น แต่ผลของฟิลเลอร์ยังเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมๆกัน และช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น











รักษาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง ปรึกษาด่วน
Acne scars specialist