แก้ปัญหาฝ้า กระ ผิวหมองคล้ำ ด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ที่ล้ำสมัยที่สุด

ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ
รักษาได้ ถ้าเข้าใจ


ทำไมต้องเลือก BAC Clinic ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ

  1. ความใส่ใจ และความตั้งใจ ที่ต้องการให้ผู้เข้ารับบริการหายจากปัญหาผิวพรรณ
  2. การออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ตามสาเหตุของการเกิดปัญหาเม็ดสี
  3. เครื่องเลเซอร์ที่เลือกใช้ได้มาตรฐาน ( U.S. FDA) ครอบคลุมปัญหาผิว อาทิเช่น Pico Laser, New Q- switch, Lime Light, Active Cell Therapy, Fractional Laser
  4. ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์
  5. ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่า
  6. รักษาแบบ Combination therapies ขั้นตอนในการรักษาฝ้าที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน เช่น Intradermal Melasma microinjection, Growth factor injection, Cell therapy, Laser treatment, Post care treatment โดยเน้นการรักษาด้วยสารจากธรรมชาติ

PICOSECOND LASER นวัตกรรมเลเซอร์ที่ล้ำสมัยที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในการรักษา ฝ้า กระ ริ้วรอย จุดด่างดำ เผยผิวเรียบเนียน กระจ่างใส โดยไม่ทำให้ร้อน หรือเจ็บ ไม่เสี่ยงต่อผิวเบิร์นไหม้ ประสิทธิภาพสูง เห็นผลไว


  ด้วยความยาวคลื่นแบบ Dual-wavelength 532nm (doubled Nd:YAG) และ 1,064nm (Nd:YAG) (U.S. FDA Cleared) ปล่อยพลังงานความถี่สูงในระดับ picosecond ที่ความเร็วสูงสุด 1 ต่อ ล้านล้านวินาที  มีความจำเพาะสูงต่อเม็ดสีทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดง) และ รอยสัก หลากสี ให้ผลการรักษาทั้งแบบ fractional และ non-fractional ส่งผลในการระเบิดเม็ดสีในชั้นผิวชั้นตื้น และชั้น Dermis ที่ลึกลงไป ให้มีอนุภาคขนาดเล็กมาก จากแรงดัน มหาศาล ของ photoacoustic impact ส่งผลทำให้เม็ดสีแตกกระจายออกจากเป็นชิ้นส่วนละเอียดขนาดจิ๋วอย่างมาก โดยไม่กระทบเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ข้างเคียง จึงลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากผลของ photothermal (ความร้อน) ลดโอกาสการเกิด PIH (post-inflammatory hypo & hyper pigmentation) หรือภาวะรอยดำ หรือรอยด่างขาว หลังการอักเสบ และผลข้างเคียงอื่นเช่น แผลเป็น ที่หายช้า และต้องพักหน้านานซึ่งเป็นผลมาจากความร้อนซึ่งพบได้จากการรักษาด้วยเลเซอร์แบบดั้งเดิม ในขณะที่การรักษาด้วย picosecond laser ซึ่งเป็นการส่งพลังงานด้วยความเร็วสูงกว่า nanosecond laser จึงส่งผลให้เกิดเป็นแรงดันมหาศาล แทนที่ความร้อน ระเบิดอนุภาคเม็ดสีให้แหลกละเอียด จนร่างกายสามารถกำจัดออกได้อย่างง่ายดาย (laser pulses สั้นกว่า Q-switched laser 100 เท่า) ด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า ระยะเวลาในการรักษาที่สั้นกว่า และนอกจากนี้ การส่งพลังงานแสงที่มีความถี่สูงมากของ picosecondlaser จนทำให้เกิดแรงดันมหาศาลซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้เม็ดสีแตกกระจาย แต่ยังสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงส่งผลทางด้าน rejuvenation ทำให้ผิวขาว กระจ่างใส เรียบเนียน ริ้วรอยลดลง ไปพร้อมกัน ซึ่งต่างจากเลเซอร์ทั่วไป ซึ่งไม่ได้ส่งผลในเรื่องของความเรียบเนียนของผิวพรรณ Picosecond laser จึงเป็นนวัตกรรมเลเซอร์ที่ล้ำสมัยที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

  ซึ่งหากเปรียบเลเซอร์ดังเดิมเป็นรถยนต์ BMW ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะเปรียบ Picosecond Laser เป็น Lamborghini เพราะราคาจัดว่าแรงพอๆกัน และมีไม่กี่เครื่องในเมืองไทย ความไม่ธรรมดา คือประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเลเซอร์ทั่วไปไม่ว่าจะเป็น Ruby ,Q switch Nd-YAG , Alexandrite ซึ่งมีการส่งพลังงานในระดับ Nano seconds (ns)


ดังนั้นจึงมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ปลอดภัยกว่า และให้ผลการรักษาที่เร็วกว่าในขณะที่ลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ จากเลเซอร์รูปแบบเดิม ฉีกกฏการรักษาความผิดปกติของเม็ดสีแบบเดิมที่ไม่หายขาด

Picosecond laser เหมาะกับใครบ้าง ?

  • ใช้เพื่อการรักษาความผิดปกติของเม็ดสี (Pigmented lesion) เช่น ในผู้ที่มีปัญหา กระตื้น (freckles),กระลึก (Hori), ตกกระ (Age spots), กระแดด (Solar lentigines), ปานโอตะ (Nevus of ota)
  • ผู้ที่มีปัญหารอยดำ ผิวหมองคล้ำ จากฝ้า สีผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องการมีผิวขาวกระจ่างใส
  • ใช้เพื่อปรับความเรียบเนียนของผิว ( Skin revitalization) ลดเรือนริ้วรอย (Fine wrinkles) ใช้ในผู้ที่มีริ้วรอย ต้องการกระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน
  • ใช้ในการรักษา รอยสิว รอยแผลเป็นหลุมสิว (Acne scar) และแผลเป็นต่างๆ
  • ผู้ที่ต้องการลบรอยสักสีเข้ม รอยสักสีแดง สีเหลือง
  • ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ต้องการมีผิวเนียนละเอียด
  • ผู้ที่ต้องการลบรอยแตกลาย

การรักษาด้วย Picosecond laser ควรทำบ่อยแค่ใหน ?

  • การรักษาเพื่อผิวกระจ่างใส / แก้ปัญหาจุดด่างดำ /แก่ปัญหาผิวหมองคล้ำ
    - โดยทั่วไประยะห่างที่แนะนำอยู่ที่ 4 สัปห์ดา
  • การรักษาฝ้า/กระ
    - โดยทั่วไประยะห่างที่แนะนำคือ 2-4 สัปห์ดา
  • การลบรอยสัก
    -โดยทั่วไประยะห่างที่แนะนำคือ 6-8 สัปห์ดา

โดยทั่วไปการรักษาฝ้า กระ ในช่วงแรก ระยะห่างจะอยู่ที่ 2 สัปห์ดา และระยะห่างมากขึ้นในช่วงหลัง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรวมตัวใหม่ของเม็ดสีผิดปกติในช่วงแรก

การรักษาในแต่ละครั้ง ผู้เข้ารับบริการควรประเมินสภาพผิวบริเวณที่รับการรักษาด้วยตัวเอง หรือปรึกษาแพทย์ โดยควรหลีกเลี่ยงหากพบว่าผิวบริเวณดังกล่าว ยังไม่ฟื้นตัว หลังเข้ารับการรักษาครั้งก่อนหน้า

ผลการรักษา มีความแตกต่างกันตามสภาพผิวบริเวณที่เกิดปัญหา ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ความรุนแรงของเม็ดสี รวมถึงการดูแลตนเองหลังเข้ารับการรักษา


ซึ่งการรักษาด้วย Picosecond laser จะไม่ส่งผลให้หน้าบาง เนื่องจากไม่กระทบผิวส่วนบน และมีความจำเพาะเจาะจงสูงต่อเม็ดสี ไม่ทำลายเนื้อเยื่อปกติ และยังส่งผลในการกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิว ส่งผลให้ผิวแข็งแรงและสุขภาพผิวดีขึ้น โดยไม่ต้องพักหน้าอีกด้วย










การนำไปใช้รักษา (Treatment regimen)
แตกต่างกันในแต่ละบุคคล บริเวณที่ใช้รักษา และ skin type ซึ่งโดยทั่วไปแล้วระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย และการตอบสนองของร่างกายต่อผลของการรักษาด้วยเลเซอร์แตกต่างกัน โดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นภายหลังการรักษาประมาณ 1-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างในแต่ละครั้งที่ประมาณ 14-28 วัน

*กระตื้น กระแดด ควรทำ 1-2 ครั้ง/เดือน
*กระลึก ควรทำ 5-6 ครั้ง เดือนละ 2 ครั้ง
*ฝ้า ควรทำ 5-10 ครั้ง เดือนละ 2 ครั้ง
*ต้องการผิวเรียบ ลดริ้วรอย ควรทำเดือนละครั้งติดต่อกัน 5 ครั้ง


ควรเริ่มรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์เมื่อไหร่?

ฝ้าหรือความผิดปกติของเม็ดสีที่ดื้อต่อการรักษาด้วยครีมลดฝ้า หรือการทานยาเป็นเวลา 6-8 สัปห์ดา เกิดความผิดปกติของเม็ดสีร่วมกับการเกิดฝ้า เช่น กระแดด, กระ,กระลึก ผู้เข้ารับการรักษาต้องการหายจากฝ้าอย่างเร่งด่วน เช่น ไกล้ถึงงานสำคัญ ต้องการหายจากฝ้าภายในเาลาที่กำหนด จึงควรใช้เลเซอร์ร่วมด้วยในการรักษา


ผลการรักษาฝ้า

เว้นระยะห่างในแต่ละครั้ง 14-28 วัน เริ่มเห็นผลที่ชัดเจนขึ้นในครั้งที่ 2 โดยจะสังเกตุได้ว่าผิวเนียนละเอียด และกระจ่างใสขึ้น โดยพบรอยแดงเล็กน้อยภายหลังการรักษาไม่เกิน 2 วัน แต่ไม่พบบาดแผล





หลังการรักษาด้วย Pico Melasma Klear ครั้งที่ 2
*ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างในแต่ละบุคคล

ผลการรักษารอยกระ





หลังการรักษารอยกระ ด้วยโปรแกรม Pico Bright Radiant ครั้งที่ 1
*ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างในแต่ละบุคคล





หลังการรักษา กระแดด ด้วย Pico Bright Radiant ครั้งที่ 1
*ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างในแต่ละบุคคล





2 สัปห์ดาหลังการรักษารอยกระ (Age spots) ด้วย
Pico Bright Radiant ครั้งที่ 1
*ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างในแต่ละบุคคล


ข้อควรปฏิบัติหลังเข้ารับการรักษา

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อย่างน้อย 2-3 วัน ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้อยู่เดิม และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับหลังเข้ารับการรักษา
  2. หลีกเลี่ยงการโดนน้ำโดยทันที โดยสามารถใช้น้ำเกลือเช็ดผิวอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  3. หากทำการยิงรักษาแบบตกสะเก็ด สะเก็ดจะหลุดออกเองภายใน 1 สัปห์ดา งดแกะเกา บริเวณที่ทำการรักษา
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด การแช่น้ำร้อน การอบซาวน่า อย่างน้อย 2-4 สัปห์ดา และควรทามอยเจอร์ไรเซอร์และครีมกันแดดเป็นประจำ
  5. หลังทำเสร็จใหม่ๆ อาจพบรอยบวม แดง  และมีจุดแดงบริเวณที่คุณหมอเน้นย้ำ ยิงซ้ำ ซึ่งความบวมแดงเพียงข้ามวันก็ดีขึ้นแล้ว ส่วนรอยจุดแดงจะหายภายใน 3 – 7 วัน ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของร่างกายในแต่ละบุคคล

ฝ้า คือ


  ฝ้า (Melasma) เป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อย จากการเพิ่มของการผลิตเม็ดสีในเฉพาะจุด (hyperpigmentation) ทำให้มีสีผิวที่เข้มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มี Fitzpatrick skin types III-IV พบได้บ่อยในชาวเอเชีย โดยมีลักษณะเป็นปื้นหรือแผ่นสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม พบมากที่สุดบนใบหน้า และยังสามารถพบได้บริเวณคอ หน้าอก รวมถึงแขน โดยผู้หญิงมีอัตราส่วนที่พบมากกว่าผู้ชายคือ 9:1 ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของฝ้านั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ตามทฤษฎีเชื่อว่าฝ้าเกิดจากการที่ เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ที่อยู่ใต้ผิวหนังทำงานมากขึ้นกว่าปกติ จึงเกิดการสร้างเม็ดสี (Melanin) เพิ่มขึ้น โดยปัจจัย ที่เพิ่มโอกาส เกิดฝ้า ได้แก่

  • ผิวคนเอเชีย โดยเฉพาะ Fitzpatrick skin type III-IV
  • เพศหญิง
  • การใช้ชีวิต การสัมผัสแสงแดด
  • ฮอร์โมนเพศ เช่น ในภาวะตั้ง ครรภ์ การทานยาคุมกำเนิด
  • พันธุกรรม เช่นมีประวัติครอบครัวเป็นฝ้า
  • เป็นโรคไทรอยด์
  • ปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ

รู้จักกับฝ้าแบบสั้นๆ

ฝ้า มักพบในผู้หญิงอายุระหว่าง 20-50 ปี
ฝ้าพบได้บ่อยในระหว่างการตั้งครรภ์
ฝ้า มักพบได้ 3 บริเวณที่ถูกแสงแดดบ่อย ได้แก่ โหนกแก้ม, คาง และ ส่วนกลางใบหน้า เช่น เหนือริมฝีปาก หน้าผาก
วิธีการจัดการปัญหาฝ้าที่ดีที่สุด คือ การทาครีมกันแดด



การรักษาฝ้ามีหลายวิธีเช่น


  1. การทาครีมกันแดดเป็นประจำและควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ควรเลือกทาครีมกันแดดแบบ broad-spectrum ที่ครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB โดยควรมีค่า SPF 15 เป็นอย่างน้อย ทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 20 นาที และควรมีการทาซ้ำระหว่างวัน

  2. การลดความผิดปกติของเม็ดสี

    2.1 การใช้ครีมหรือยาทาฝ้า
    ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้าเก่าที่มีอยู่ และต้องป้องกันการเกิดฝ้าใหม่ โดยแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและจ่ายยาตามความเหมาะสมเพื่อยับยั้งที่ปัจจัยกระตุ้นการเกิดฝ้าซึ่งมีห ลายปัจจัย โดยไฮโดรควิโนน ยังคงเป็น gold standard ในการรักษาเม็ดสีผิดปกติ เช่นฝ้า กระ จุดด่างดำ โดยมีประสิทธิภาพที่ช่วยลดความเข้มของเม็ดสี แต่ต้องระมัดระวังผลข้างเคียงจากการใช้ในระยะยาว โดย สามารถใช้แบบ combination ตามความรุนแรงของเม็ดสี เช่นใช้ร่วมกับ เรตินอยด์ นอกจากนี้ยังใช้ร่วมกับสารกลุ่มอื่น ที่ระดับการออกฤทธิ์น้อยกว่า อาทิเช่น อาร์บูติน, วิตามินซี กรดโคจิก ก็สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสม
    2.2 การทานยารักษาฝ้า
    ที่นิยมใช้คือ ทรานซามีน ซึ่งเข้าไปยับยั้งการผลิตเม็ดสีผิว แต่อย่างไรก็ตามกลไกยังไม่แน่ชัด
    2.3 การฉีดยารักษาฝ้า
    ถือเป็นวิธีการที่ช่วยรักษาฝ้าให้หายขาดได้อย่างรวดเร็วหากเลือกใช้ตัวยาที่มีประสิทธิภาพ โดย BAC Clinic เลือกใช้ตัวยาฉีดฝ้าเกรดพรีเมี่ยมที่มีส่วนผสมนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสในการแก้ปัญหาฝ้าให้ห ายถาวร โดยจะฉีดตัวยาเข้าไปชั้นใต้ผิวหนังที่เป็นฝ้าโดยตรง โดยเทคนิกเฉพาะของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง

  3. การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling)
    การลอกผิวด้วยสารเคมีเป็นวิธีในการจัดการฝ้ารูปแบบหนึ่ง สารเคมีที่ใช้ลอกผิวอาทิเช่น glycolic acid, Lactic acid, Jessner’s peel เป็นต้น โดยผลที่ได้จะส่งผลต่อผิวหนังชั้นบนหรือชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าปัญหาฝ้าส่วนใหญ่มีต้นเหตุมาจากชั้นที่ลึกถัดลงไปในชั้น dermis หรือหนังแท้ ซึ่งการใช้สารเคมีในการลอกผิวถึงชั้นหนังแท้อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ เช่นการอักเสบของผิวหนัง เกิด PIH หรือรอยดำหลังการอักเสบ โดยเฉพาะในผิวหนังชาวเอเชียซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก จึงต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นอย่างยิ่ง

  4. การทำเลเซอร์รักษาฝ้า
    เป็นการรักษาที่ช่วยแก้ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ให้หายขาดได้ ซึ่งถือได้ว่าเปนเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากใช้เวลาไม่นาน รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีเยี่ยมอีกด้วย แต่ทั้งนี้ควรเลือกเลเซอร์ที่มีเหมาะกับปัญหาและทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำที่มากขึ้นกว่าเดิม

จะเห็นได้ว่าแนวทางการรักษามีเป้าหมายหลัก 3 ประการได้แก่ ลดความเข้มของเม็ดสีที่เกิดขึ้นแล้ว, ยับยั้งขบวนการที่ก่อให้เกิดเม็ดสีใหม่และป้องกันการเกิดเม็ดสีขึ้นใหม่โดยควรหลีกเลี่ยงการกระตุ้นจากรังสียูวี

ซึ่งการรักษาฝ้า เป็นปัญหาที่ท้าทายแพทย์ผิวหนังทั่วโลก เนื่องจากปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้า มีหลายปัจจัย (multi factorial) และ วิธีการรักษาแบบดั้งเดิม ยังไม่สามารถรักษาฝ้าให้หายขาดได้ในคนไข้บางราย

เนื่องจากสาเหตุการเกิดและวิธีการแบบดั้งเดิม เช่น การใช้สาร glycolic, kojic acid , dermabrasions หรือการขัดผิวหน้าด้วยเกร็ดอัญมนี การใช้เลเซอร์แบบเก่า ให้ผลเพียงบริเวณผิวหนังส่วนบน แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาฝ้าบริเวณที่ลึกลงไปในผิวหนังโดยเฉพาะในส่วนผิวหนังชั้น Dermis ที่อยู่ลึกลงไป

Picosecond laser จึงเป็นทางเลือกในการรักษา ฝ้า กระ จุดด่างดำซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถแก้ปัญหาเม็ดสีในชั้นที่ลึกลงไป ถึงผิวหนังชั้น Dermis ได้

ปัญหาความผิดปกติของเม็ดสี ไม่ใช่เพียงฝ้าอย่างเดียว ส่วนใหญ่เจอมากกว่าปัญหาเดียว

จุดด่างดำ ปื้นสีน้ำตาลที่พบได้บนผิวหนัง มีหลายชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามปัญหาที่พบ อาทิเช่น จุดด่างดำที่เกิดขึ้นตามอายุ หรือ ตกกระ (age spots), จุดด่างดำจากแสงอาทิตย์ หรือ กระแดด (sun spots), สีผิวไม่สม่ำเสมอ, ฝ้าชนิด epidermal และ dermal melasma , กระตื้น, กระลึก เป็นต้น ในคนไข้ 1 รายสามารถพบเม็ดสีผิดปกติได้มากกว่า 1 ชนิดซึ่งแม้ว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ว่าก็เป็นปัญหาที่ไม่ค่อยมีใครชอบนัก โดยปัญหาของเม็ดสีเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป โดยสาเหตุหลักก็หนีไม่พ้นแสงแดด ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการทาครีมกันแดด ควบคู่กับการรักษาร่องรอยเม็ดสีผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ตามปัจจัยที่เข้ามากระตุ้น ดังนั้นการเลือกใช้เลเซอร์เพื่อทำการรักษาจึงมีความแตกต่างกัน ซึ่งแพทย์ต้องทำการวินิจฉัย และ วางแผนในการรักษาเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย และลดความกังวลใจในปัญหาของคนไข้ได้ดียิ่งขึ้น

ข้อควรรู้เกี่ยวกับเลเซอร์แก้ปัญหาฝ้า กระ เม็ดสี จุดด่างดำ


Q:จะรู้ได้อย่างไรหากเกิดจุดสีน้ำตาลบนใบหน้าว่าคือฝ้า (melasma) หรือ กระแดด (sun spots)
A : สาเหตุของการเกิดฝ้าส่วนใหญ่มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ดังนั้นจึงพบฝ้าได้บ่อยในเพศหญิง ช่วงตั้งครรภ์ นอกจากนี้การทานยาคุมกำเนิดก็ส่งผลได้เช่นกันโดยเฉพาะในผู้หญิงที่ค่อนข้าง sensitive ต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนซึ่งบางครั้งการเปลี่ยนยี่ห้อของยาคุมกำเนิดก็สามารถทำให้เกิดฝ้าหนักกว่ าเดิม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเมื่อระดับฮอร์โมนกลับมาป็นปกติ เช่นหลังจากคลอดบุตร หรือหยุดการทานยาคุมกำเนิดแล้ว ฝ้าก็จะค่อยๆจางลงในที่สุด ซึ่งการรักษาฝ้า จะเกิดขึ้นในกรณีที่การเกิดฝ้านั้นมีสาเหตุมาจากแสงแดด โดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับระดับของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการสัมผัสแสงแดดเป็นระยะเวลานาน สามารถทำให้เกิด ฝ้าแดด กระแดดได้ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นยิ่งมีโอกาสเกิดได้ง่ายขึ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยการป้องกันด้วยครีมกันแดด และสำหรับผู้ที่เกิดปัญหาขึ้นแล้ว การรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์มีความยากกว่าการรักษาจุดด่างดำจากแสงแดด แต่อย่างไรก็ตามก็สามารถรักษาได้ในที่สุด หากเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม และผู้เข้ารับการรักษาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

Q : รอยแดงที่เกิดจากสิว สามารถรักษาด้วยเลเซอร์หรือไม่?
A: รอยแดงที่เกิดขึ้น เกิดจากการอักเสบในช่วงที่เป็นสิวและทิ้งร่องรอยไว้ ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีเมลานิน แต่เป็นเม็ดสีปกติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงสามารถรักษาให้หายได้ง่ายด้วยการใช้เลเซอร์

Q : หากเกิดฝ้าที่บริเวณลำคอ และลุกลามอย่างรวดเร็วไปบริเวณแขน ข้อศอก เป็นต้น การรักษาด้วยครีมทาฝ้า และการผัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี แต่ไม่หายทั้งสองวิธี แล้วการรักษาด้วยเลเซอร์จะสามารถช่วยได้หรือไม่ ?
A. Protocols ที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ รอยดำ ของ BAC Clinic สามารถแก้ปัญหาการเกิดฝ้าได้มากกว่า โดยก่อนเริ่มการรักษาต้องมีการประเมินสาเหตุของการเกิดฝ้า เพื่อให้ทราบว่าฝ้าที่เกิดขึ้นมีความคงที่แล้วหรือยัง และทำการรักษาด้วยเลเซอร์ที่แตกต่างกันทั้งนี้เพื่อดูการตอบสนองของฝ้าต่อเลเซอร์ที่ใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน เนื่องจากการตอบสนองของฝ้ามีความแตกต่างกันตามชนิดของฝ้า ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดในการรักษาจึงต้องมีการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการใช้เล เซอร์เพื่อแก้ปัญหาผิวพรรณ เพื่อเลือก protocols ที่มีประสิทธิภาพที่สุดต่อความผิดปกติของเม็ดสีในชั้นผิวหนังที่เกิดขึ้น


BAC Clinic ศูนย์เลเซอร์ และความงามองค์รวมครบวงจร แก้ปัญหาผิวพรรณอย่างตรงจุด ปรึกษาแพทย์ฟรีทุกเคส

คุยกับ Melasma expert / สอบถามโปรฝ้า / ขอดูเคสรีวิว