รักษาสิว หลุมสิว ต้องตรงจุด

สิว รักษาได้ ด้วย Holistic Medicine


สิว = การอักเสบเรื้อรังของ pilosebaceous unit (หน่วยรูขุมขนและต่อมไขมัน)


สิว (Acne vulgaris) เป็นปัญหาด้านผิวพรรณเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน แบคทีเรีย การพักผ่อนน้อย อาหารบางชนิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 4 สาเหตุหลักของการเกิดสิว ได้แก่

  1. การอุดตัน ของน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบริเวณรูขุมขน และ/หรือการอักเสบเรื้อรังของ pilosebaceous unit (รูขุมขนและต่อมไขมัน)
  2. การผลิตสารไขมัน (sebum) มากขึ้นกว่าปกติ
  3. การเพิ่มขึ้นของแบคทีเรียบางชนิดในรูขุมขน (Cutibacterium acnes)
  4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะบทบาทของ แอนโดรเจนที่มากขึ้น

  สิวมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ตุ่มเล็ก มีการอักเสบ บวมแดง จนถึงตุ่มใหญ่ ที่มีการอักเสบน้อย จนถึงอักเสบมาก เป็นหนอง กดเจ็บ ส่วนมากจะเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ หรือหลัง การเกิดสิวพบมากในช่วงวัยรุ่น โดยเฉพาะเพศชายเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยสิวจะเป็นน้อยลง หรือหายไปในที่สุดเมื่อพ้นช่วงวัยรุ่น สิวสามารถแบ่งประเภทได้อีกหลายลักษณะตามวัยที่พบ หรือตามสาเหตุการเกิดสิว

ปัจจัยที่มีส่วนกระตุ้นให้เกิดสิว



ฮอร์โมน

ฮอร์โมนแอนโดรเจน เป็นฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น ซึ่งส่งผลให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้นและผลิตสารไขมัน (sebum) ในปริมานที่มากขึ้น นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ ช่วงเป็นประจำเดือน รวมถึงการทานยาคุมกำเนิดก็ส่งผลกระตุ้นในการเกิดสิว

อาหาร

ข้อมูลงานวิจัยถึงผลของอาหารต่อสิวยังไม่แน่ชัด โดยพบว่าอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง นมขาดมันเนย หรือ skim milk ช๊อคกอแลต กลูเตน อาหาร junk food ถั่วเหลือง อาจมีความกี่ยวข้องกับการเกิดสิว ปัจจัยอื่น เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย อาจเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ซึ่งกลไกยังไม่แน่ชัด เนื่องจากการตอบสนองแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ดังนั้นจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดสิว

เครื่องสำอาง

แม้แต่ในเครื่องสำอางค์ราคาแพงก็อาจทำให้เกิดสิวได้ เช่นการแพ้ต่อสารบางอย่างที่เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง เช่น การแพ้น้ำมัน น้ำหอม และสารสกัดธรรมชาติบางชนิด ซึ่งจะหายจากสิวได้ เมื่อหยุดใช้เครื่องสำอางที่มีอาการแพ้

โดยแนวทางการเลือกใช้เครื่องสำอางค์ ได้แก่

  • ควรทำความสะอาดผิว ด้วยผลิตภัณฑืที่มีความอ่อนโยนต่อผิว
  • การเลือกใช้มอยเจอไรเซอร์ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ประเภท non-comedogenic และ non-acnegenic product หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่กระตุ้นให้เกิดสิว และการอุดตัน
  • ในการเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย ควรเลือกในรูปแบบครีมหรือโลชั่น สำหรับผิวมันควรเลือกในรูปแบบเจลที่เป็น Alcohol-base
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลัก แป้งกันน้ำ รวมถึงแป้งอัดแข็ง
  • ควรเลือกใช้เครื่องสำอางประเภท water based, silicone based (เช่น cyclomethicone, dimethicone) และเลือกใช้เป็นแป้งฝุ่นแทน

แบคทีเรีย

ซึ่งอาจปนเปื้อนมากับโทรศัพท์ ซึ่งแบคทีเรียมาได้จากหลายแหล่ง รวมถึงคราบเครื่องสำอาง ไขมัน และสิ่งสกปรก บริเวณผิวหน้า ดังนั้นจึงควรเช็ดโทรศัพท์อย่างสม่ำเสมอ

สิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆคือ

  1. Non-inflamed lesions ชนิดไม่อักเสบ เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน หรือ comedone


    • Blackheads (สิวหัวดำ สิวเสี้ยน), Open comedones



    • Whiteheads (สิวหัวขาว), closed comedones

  2. Inflamed lesions ชนิดอักเสบ
    เช่น papules, pustules, nodule และ cyst ซึ่งเมื่อสิวหายจะเหลือร่องรอยได้หลายแบบ ได้แก่ รอยแดง รอยดำ หลุมแผลเป็น แผลเป็นนูน


    • สิวอักเสบมีหนอง papulopustules



    • สิวอักเสบที่มีสีเข้ม, Acne with reactive hyperpigmentation

รู้จักกับสิวประเภทต่างๆ



Black Head : สิวหัวดำ หรือ สิวอุดตันหัวเปิด

มีลักษณะนูนเล็ก มีหัวสิวที่เปิดออกเห็นเป็นจุดสีดำ เกิดจากน้ำมันที่อัดแน่นอยู่กับเซลล์ผิวเก่าทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น กับ ออกซิเจนในอากาศ

White Head : สิวหัวขาว หรือ สิวอุดตันหัวปิด

จะมีลักษณะเป็นใตก้อนเล็กๆ ที่หัวยังไม่เปิด เกิดจากสิวที่ดันผิวหนังจนนูน แต่บีบไม่ออก เนื่องจากรากสิวลึก ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะอาจกลายเป็นสิวอักเสบในภายหลัง

Papule : สิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดง

เป็นสิวอักเสบขนาดเล็กกว่า 5 mm เกิดจากแบคทีเรียใต้ผิวหนัง โดยเป็นสิวในระยะเริ่มต้นที่หากกดจะไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งเป็นสิวที่มีโอกาสกลายเป็นสิวขนาดใหญ่ขึ้น หากไม่ทำการรักษา

Pustules : สิวอักเสบที่มีลักษณะเป็นตุ่มหนอง

ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นตุ่มหนองชนิดตื้น และตุ่มหนองชนิดลึก เกิดจากการพัฒนาของสิว papule กลายเป็นสิวอักเสบ pustule หรือสิวหัวหนอง โดยจะมีลักษณะเป็นตุ่มสีแดง และมีหัวหนองสีเหลืองเล็กอยู่

Cystic : สิวอักเสบเป็นก้อนนูนขนาดใหญ่และรุนแรง

มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 cm จะ โดยจะเป็นการรวมสิวอักเสบ nodule และ pustule โดยมีความนุ่ม ซึ่งบ่งชี้ว่า ภายในมีหนองปนเลือดเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นเมื่อเป็นสิวชนิดนี้ ควรรักษาให้ดี เพื่อป้องกันรอยแผลเป็นขนาดใหญ่

Nodular : สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนสีแดงขนาดที่ใหญ่ขึ้น

ซึ่งจะมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 mm โดยภายนอกจะคล้ายตุ่ม จับแล้วเจ็บภายใน มักอักเสบเป็นเวลาหลายวัน บางครั้งอาจพบลักษณะเป็นหลายหัวสิวติดกัน ดังนั้นเมื่อเป็นสิวชนิดนี้ ควรรักษาให้ดี เพื่อป้องกันรอยแผลเป็นจากสิว

Hormonal : สิวฮอร์โมน

จะมีลักษณะเป็น Papules และ Cyst ที่มักเกิดรอบๆริมฝีปาก คาง และบริเวณขากรรไกร เกิดจากระดับของฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่และผลิตสารไขมันออกมามากขึ้นจนเกิดสิว

แนวทางการรักษาสิวแบบเสริม (Adjunctive therapy)


  1. การกดสิว
    สำหรับสิวอุดตัน ซึ่งควรทาครีมในกลุ่ม comedolytic อย่างน้อย 3-4 สัปห์ดา ก่อนกดสิวออก
  2. การฉีดยาใต้หัวสิว
    ซึ่งจะเหมาะกับสิวอักเสบชนิด papules และ nodules ซึ่งมีลักษณะเป็น cyst โดยฉีดกับตุ่มสิวอักเสบที่เกิดขึ้นไม่เกิน 2 สัปห์ดา เพื่อลดการอักเสบ และลดการเกิดแผลเป็น
  3. Deep peeling
    เช่น Salicylic acid: หรือ BHA ซึ่งละลายได้ดีในไขมัน จึงช่วยลดการอุดตันของสิว ความเข้มข้นที่มีจำหน่ายอยู่ที่ 0.5-2.0% เพื่อประสิทธิภาพที่ดีควรใช้ร่วมกับ resorcinol ซึ่งช่วยยับยั้งแบคทีเรีย และ sulfur ซึ่งช่วยลดการสร้างกรดไขมันอิสระ และช่วยผลัดเซลล์ผิว
  4. Cryotherapy
    เพื่อกระชับรูขุมขน และผลักสารอาหารผิวเพื่อลดการระคายเคืองและอักเสบ
  5. การทายารักษาสิว
    • เพื่อช่วยฆ่าเชื่อแบคทีเรียที่พบในรูขุมขน ต่อมไขมัน ซึ่ง P. acne เป็นตัวสำคัญออกฤทธิ์โดยปล่อยออกซิเจนอิสระออกมาเพื่อออกซิไดซ์โปรตีนของเชื้อแบคทีเรียทำให้จำนวนเชื้อลดลง นอกจากนี้ยังช่วยให้การสร้าง sebum ช้าลง ใช้รักษาสิวอักเสบและอาจมีฤทธิ์ comedolytic ช่วยในการสลายหัวสิว เป็นต้น
  6. Laser & Light Therapy
    เครื่องมือที่มีในปัจจุบัน เพื่อเสริมการรักษาสิว อาทิเช่น IPL, LEDs, Blue & Red light, RF และเลเซอร์ มาใช้เสริมในการรักษาสิวอักเสบ โดยสามารถช่วยลดการผลิตสารไขมัน (sebum) และฆ่าเชื้อ P. acne และช่วยลดการอักเสบเป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาและไม่มีผลข้างเคียง

    กลไกการทำงานของ Acne Cure Light Low-Level Therapy ต่อสิว

      เมื่อแบคทีเรียต้นเหตุสิว ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิว โดยเฉพาะ P. acne ซึ่งก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของต่อมไขมัน และรูขุมขน จนเกิดสิวอักเสบตามมา แบคทีเรียนี้จะสร้างสารเคมีที่มีความไวต่อแสงที่เรียกว่า Porphyrins ซึ่งแสงในโหมด visible light ในช่วงความยาวคลื่นสีน้ำเงิน (405 nm) และสีแดง (630 nm) จะกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันของสาร Porphyrins และส่งผลให้แบคทีเรียตายในที่สุด
      สำหรับการนำไปใช้ทางคลินิก จะมีการใช้แสงในหลายความยาวคลื่น หรือที่เรียกว่า Phototherapy และในบางเคสจะมีการใช้สารเคมีเพื่อเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน โดยเรียกปฏิกิริยาของแสงและสารเคมีนั้นว่า Photodynamic Therapy หรือที่คุ้นหูกันว่า PDT ซึ่งจะนำไปใช้กับสิวอักเสบ Pustule, Cystic, Nodule, Papules จะตอบสนองได้ดีกว่าสิว Comedone ซึ่งเป็นสิวไม่อักเสบหัวขาวและหัวดำ ซึ่งจะตอบสนองได้ดีที่สุดกับกรดซาลิไซลิก


    กลไกการทำงานของ Acne Cure Light Low-Level Therapy มางด้าน Anti-aging

      ในการเลือกใช้เครื่องมือที่ใช้ความยาวคลื่นที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ว่าสามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบบลาสต์ จึงสามารถเพิ่มคอลลาเจนและอิลาสติน อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูง ประสิทธิภาพดี สะดวก ส่งผลให้ผิวสุขภาพดี อ่อนเยาว์ กระจ่างใส อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการดูแลสุขภาพผิวแบบ non-invasive ที่สามารถลดริ้วรอยเล็กๆ พร้อมคืนผิวเรียบเนียน

    กลไกการทำงานของ Acne Cure Light Low-Level Therapy มางด้าน Anti-agingกลไกการทำงานของ Near- Infrared light Therapy เพื่อลดอาการเจ็บปวด

      การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วถึงประสิทธิภาพของ Near Infrared light ว่าสามารถลงสู่ผิวช้ันลึก และเพิ่มการใหลเวียนของโลหิตในระบบ micro circulation ส่งผลในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและข้อต่อได้ และด้วยความยาวคลื่นที่ลงลึก จำเพาะกับตัวรับ photoreceptor ภายในไมโทคอนเดรีย จึงส่งผลให้ขบวนการดังกล่าว เพิ่ม Adenosine triphosphate หรือ ATP เพิ่มพลังงานในระดับเซลล์ เกิดขบวนการฟื้นฟูภายในร่างกาย

การฉายแสงเหมาะกับใคร?


  • ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบเรื้อรัง หรือสิวหายยากเนื่องจากภาวะดื้อยา
  • ผู้มีมีปัญหาผิวหมองคล้ำ
  • ผู้ที่มีปัญหารอยแดง
  • ผู้ที่ต้องการฝื้นฟูผิวพรรณให้อ่อนเยาว์
  • ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง รูขุมขนอักเสบ

ระยะเวลาในการเข้ารับการรักษา

  การฉายแสง Acne Cure Light Low-Level Therapy ใช้เวลาในแต่ละครั้งประมาน 20-30 นาที โดยควรทำสัปห์ดาละ 1-2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 4 สัปห์ดาขึ้นไป โดยสามารถรับคำแนะนำกับผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษา เนื่องจากต้องประเมินจากสภาพผิว และระดับความรุนแรงของสิวอักเสบที่เป็นอยู่ ซึ่งผลการรักษาจะเห็นผลได้ดี หากผู้เข้ารับการรักษามีวินัย และความสม่ำเสมอ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เมื่อเข้ารับการรักษาอย่างน้อย 3-4 สัปห์ดา จะพบว่า ความมันของผิวลดลง และปริมาณของสิวอักเสบน้อยลง รอยสิวจางลง รวมถึงผิวแข็งแรงสุขภาพดีขึ้น



ทำไมต้องรักษาสิวที่ BAC Clinic
  • เครื่องมือครบครัน ตอบโจทย์ในการรักษา
  • ราคาสมเหตุสมผล
  • แก้ปัญหาสิวครบวงจร ด้วย Holistic Medicine
  • ใช้สารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติที่ไม่ผ่านความร้อน โดยโรงงานมาตรฐาน GMP ของทางคลินิก
  • ออกแบบการรักษาในแต่ละบุคคล
  • รักษาด้วยความตั้งใจ ไม่เลี้ยงไข้
  • ปลอดภัยสูง ในผู้ที่ไม่ต้องการทานยาซึ่งมีผลข้างเคียงสูง
  • มีโปรแกรมการรักษาที่ตอบโจทย์หลากหลายโปรแกรม


โปรแกรมรักษาสิว


โปรแกรมปรับสมดุลผิว ป้องกันการเกิดสิวใหม่

Balancing Clear 6 Step

ปรับสมดุลผิว ลดการทำงานของต่อมไขมัน ป้องกันการเกิดสิว ลดรอยแดง ลดการอักเสบ เสริมการรักษาสิวทุกประเภท
ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์

  1. Gentle Cleansing ขั้นตอนทำความสะอาดผิว
    คลีนและเคลียร์ผิวให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต์ต่อผิวและทำความสะอาดผิวอย่าง ล้ำลึกโดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน
  2. Bio Skin Peeling ผลัดเซลล์ผิวด้วยสารสกัดธรรมชาติและกรดผลไม้
    ขั้นตอนสำคัญในการลดไขมันอุดตัน ขจัดสิ่งสปรกตกค้างในรูขุมขน จึงช่วยลดการก่อตัวของสิวอุดตัน อีกทั้งช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ รวมถึงเซลล์ผิวผิวที่ตายแล้ว ช่วยลดขนาดคอมีโดน และช่วยให้หัวสิวหลวมตัว กดออกได้ง่ายขึ้น โดยการเลือก Peeling agent ซึ่งเป็นสารสกัดผสมสูตรเฉพาะ ไม่ใช่สารสกัดเชิงเดี่ยว เพื่อให้เหมาะสมกับผิวแต่ละประเภท โดยเฉพาะผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และด้วยส่วนผสมที่ลงลึกกว่า Chemical Peeling ทั่วไป จึงสามารถช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดการอักเสบของสิวเดิม ลดรอยดำจากกระฝ้า อีกทั้งชะลอและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
  3. Miracle Balancing Skin ด้วยขั้นตอนนำส่งยาลงสู่ผิวแบบ microinjection ด้วยส่วนผสมที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว ได้แก่ Oleanolic Acid, Oenothein A B, สารสกัดธรรมชาติ กลุ่ม Phenolic Acid รวมถึง Bioflavonoids ซึงช่วยลดการก่อตัวของแบคทีเรียที่ก่อสิวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ รวมถึงช่วยลดรอยแดง การอักเสบ ระคายเคือง ลดการผลิตสารไขมัน ช่วยปรับสมดุลผิว เพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์ผิว นอกจากนี้ด้วยกลไกที่ช่วยลดการสร้าง sebum จึงสามารถช่วยให้ขนาดรูขุมขนดูเล็กลง
  4. Vita boost ขั้นตอนการผลักวิตามินและสารอาหารผิวอย่างล้ำลึกด้วยคลื่นเหนือเสียง เพื่อการฟื้นฟูผิวอย่างรวดเร็ว โดยวิตามินสูตร Vita-complex ส่วนผสมของ Hyaluronic และโคเอนไซด์ Q10 เข้มข้น และวิตามินสกัด 5 ชนิด จึงช่วยเติมความชุ่มชื้น เพิ่มพลังงานให้กับเซลล์ผิว พร้อมลดการอักเสบและระคายเคืองได้ตั้งแต่ครั้งแรก
  5. Cool Calm Finale ขั้นตอนของการผลักวิตามินด้วยความเย็น พร้อมช่วยกระชับรูขุมขน เพื่อการบำรุงถึงขีดสุดให้กับเซลล์ผิว หลังทำครั้งแรกจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวนุ่ม ชุ่มชื้น และดูสดใสขึ้น
  6. บำรุงผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์ และลงครีมกันแดด
    เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตามด้วยครีมกันแดดเนื้อบางเบา ปกป้องผิวจากรังสี UVA/ UVB อ่อนโยนแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

โปรแกรมรักษาสิว


Ultimate Blend Mini Acne Set 6 Step เหมาะกับคนที่เป็นสิวเล็กน้อย

ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ลดการเกิดสิวอุดตัน ทำให้สิวแห้งเร็ว เคลียร์สิวอุดตัน ลดการอักเสบของสิว ช่วยให้รูขุมขนกระชับ ลดความมันบนใบหน้า

ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์

  1. Gentle Cleansing ขั้นตอนทำความสะอาดผิว
    คลีนและเคลียร์ผิวให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต์ต่อผิวและทำความสะอาดผิวอย่าง ล้ำลึกโดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน
  2. Bio Skin Peeling ผลัดเซลล์ผิวด้วยสารสกัดธรรมชาติและกรดผลไม้
    ขั้นตอนสำคัญในการลดไขมันอุดตัน ขจัดสิ่งสปรกตกค้างในรูขุมขน จึงช่วยลดการก่อตัวของสิวอุดตัน อีกทั้งช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ รวมถึงเซลล์ผิวผิวที่ตายแล้ว ช่วยลดขนาดคอมีโดน และช่วยให้หัวสิวหลวมตัว กดออกได้ง่ายขึ้น โดยการเลือก Peeling agent ซึ่งเป็นสารสกัดผสมสูตรเฉพาะ ไม่ใช่สารสกัดเชิงเดี่ยว เพื่อให้เหมาะสมกับผิวแต่ละประเภท โดยเฉพาะผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และด้วยส่วนผสมที่ลงลึกกว่า Chemical Peeling ทั่วไป จึงสามารถช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดการอักเสบของสิวเดิม ลดรอยดำจากกระฝ้า อีกทั้งชะลอและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
  3. กดสิว ฉีดสิว ทั่วใบหน้าอย่างอ่อนโยน
    เพื่อเป็นการทำให้สิวอุดตันหลุดออก โดยการกดสิวออกอย่างถูกวิธีจะทำให้สิวอุดตันหายได้เร็วขึ้น โดยไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็น และนอกจากนี้ยังลดโอกาสที่สิวอุดตันจะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบในภายหลัง ส่วนในกรณีสิวอักเสบจะมีฉีดยาใต้หัวสิวเพื่อลดการอักเสบ และลดระยะเวลาในการเป็นสิว
  4. ลง 0.1% TA เพื่อลดการอักเสบระคายเคือง และรอยแดงสิว
  5. มาส์กฆ่าเชื้อสิว Acne Be Gone Mask
    มาส์กสูตรเฉพาะที่ BAC Clinic ช่วยฆ่าเชื้อสิว ลดการเกิดสิวใหม่ พร้อมจัดการสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้า ช่วยลดความมัน ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวยุบตัวเร็ว พร้อมช่วยลดรอยแดงจากการกดสิวใหม่
  6. บำรุงผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์ และลงครีมกันแดด
    เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตามด้วยครีมกันแดดเนื้อบางเบา ปกป้องผิวจากรังสี UVA/ UVB อ่อนโยนแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

Acne Cure Light 8 Step


โปรแกรมรักษาสิวอุดตัน สิวอักเสบ พร้อมยาและวิตามิน เหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวในระดับปานกลางถึงรุนแรง

ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์

  1. Gentle Cleansing ขั้นตอนทำความสะอาดผิว
    คลีนและเคลียร์ผิวให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต์ต่อผิวและทำความสะอาดผิวอย่าง ล้ำลึกโดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน
  2. Bio Skin Peeling ผลัดเซลล์ผิวด้วยสารสกัดธรรมชาติและกรดผลไม้
    ขั้นตอนสำคัญในการลดไขมันอุดตัน ขจัดสิ่งสปรกตกค้างในรูขุมขน จึงช่วยลดการก่อตัวของสิวอุดตัน อีกทั้งช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ รวมถึงเซลล์ผิวผิวที่ตายแล้ว ช่วยลดขนาดคอมีโดน และช่วยให้หัวสิวหลวมตัว กดออกได้ง่ายขึ้น โดยการเลือก Peeling agent ซึ่งเป็นสารสกัดผสมสูตรเฉพาะ ไม่ใช่สารสกัดเชิงเดี่ยว เพื่อให้เหมาะสมกับผิวแต่ละประเภท โดยเฉพาะผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และด้วยส่วนผสมที่ลงลึกกว่า Chemical Peeling ทั่วไป จึงสามารถช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดการอักเสบของสิวเดิม ลดรอยดำจากกระฝ้า อีกทั้งชะลอและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
  3. กดสิว ฉีดสิว ทั่วใบหน้าอย่างอ่อนโยน
    เพื่อเป็นการทำให้สิวอุดตันหลุดออก โดยการกดสิวออกอย่างถูกวิธีจะทำให้สิวอุดตันหายได้เร็วขึ้น โดยไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็น และนอกจากนี้ยังลดโอกาสที่สิวอุดตันจะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบในภายหลัง ส่วนในกรณีสิวอักเสบจะมีฉีดยาใต้หัวสิวเพื่อลดการอักเสบ และลดระยะเวลาในการเป็นสิว
  4. ลง 0.1% TA เพื่อลดการอักเสบระคายเคือง และรอยแดงสิว
  5. Vita boost ขั้นตอนการผลักวิตามินและสารอาหารผิวอย่างล้ำลึกด้วยคลื่นเหนือเสียง
    เพื่อการฟื้นฟูผิวอย่างรวดเร็ว โดยวิตามินสูตร Vita-complex ส่วนผสมของ Hyaluronic และ Niacinamine เข้มข้น และสารต้านอนุมูลอิสระอีกกว่า 7 ชนิด จึงช่วยเติมความชุ่มชื้น เพิ่มพลังงานให้กับเซลล์ผิว พร้อมลดการอักเสบและระคายเคืองได้ทันท่วงที พร้อมยังช่วยคงความอ่อนเยาว์ให้เซลล์ผิว
  6. มาส์กฆ่าเชื้อสิว Acne Be Gone Mask
    มาส์กสูตรเฉพาะที่ BAC Clinic ช่วยฆ่าเชื้อสิว ลดการเกิดสิวใหม่ พร้อมจัดการสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้า ช่วยลดความมัน ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวยุบตัวเร็ว พร้อมช่วยลดรอยแดงจากการกดสิวใหม่


  7. ฉายแสง Acne Cure Light ช่วงความยาวคลื่นแบบ Dual mode
    ระยะเวลาในการฉายแสง 20-30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อสิว ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดเชื้อ P. acne สาเหตุของการเกิดสิวอย่างได้ผล ซึ่งโดยปกติการรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับคนไข้สิวทุกประเภท รวมถึงสิวดื้อยา และสิวอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากไม่รบกวนหรือกระตุ้นผิวหน้าแต่อย่างใด
  8. บำรุงผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์ และลงครีมกันแดด
    เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตามด้วยครีมกันแดดเนื้อบางเบา ปกป้องผิวจากรังสี UVA/ UVB อ่อนโยนแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย
  9. รวมยาและครีมบำรุงรักษาสิว
โปรแกรมรักษาผด ผิวอ่อนแอ ผิวแพ้ง่าย
Sensibo Cellular Detox

โปรแกรมฟื้นฟูผิวที่มีปัญหาให้กลับมาสมดุล สุขภาพแข็งแรงอีกครั้ง โดยเน้นการฟื้นฟูปราการผิวที่ถูกทำลาย หน้าพัง จากสารอันตราย สิวสเตียรอยด์ สิวผด ผิวแพ้ง่าย

ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์

  1. Gentle Cleansing ขั้นตอนทำความสะอาดผิว
    คลีนและเคลียร์ผิวให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต์ต่อผิวและทำความสะอาดผิวอย่าง ล้ำลึกโดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน
  2. RE-Balancing การปรับสมดุลเซลล์ผิวด้วยขั้นตอนนำส่งยาลงสู่ผิวแบบ microinjection ด้วยส่วนผสมที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว NDGA Acid, Fleischer’s willoherb, Myricitrin, Ellagic acid ซึ่งมีคุณสมบัติ ปรับสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงใต้ผิวหัง พร้อมกับช่วยลดรอยแดง ลดการอักเสบของผิว ลดการผลิตสารไขมัน เพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์ผิว นอกจากนี้ด้วยกลไกที่ช่วยลดการสร้าง sebum จึงสามารถช่วยให้ขนาดรูขุมขนดูเล็กลง และป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
  3. RE-Clear กดสิว ฉีดสิว ทั่วใบหน้าอย่างอ่อนโยน
    เพื่อเป็นการทำให้สิวอุดตันหลุดออก โดยการกดสิวออกอย่างถูกวิธีจะทำให้สิวอุดตันหายได้เร็วขึ้น โดยไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็น และนอกจากนี้ยังลดโอกาสที่สิวอุดตันจะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบในภายหลัง ส่วนในกรณีสิวอักเสบจะมีฉีดยาใต้หัวสิวเพื่อลดการอักเสบ และลดระยะเวลาในการเป็นสิว
  4. ลง 0.1% TA เพื่อลดการอักเสบระคายเคือง และรอยแดงสิว
  5. Detox ด้วยการทำเมโสมาเด้ คอลลาเจน 16 จุดทั่วใบหน้า
  6. มาส์กฆ่าเชื้อสิว Acne Be Gone Mask
    มาส์กสูตรเฉพาะที่ BAC Clinic ช่วยฆ่าเชื้อสิว ลดการเกิดสิวใหม่ พร้อมจัดการสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้า ช่วยลดความมัน ลดการอักเสบ ช่วยให้สิวยุบตัวเร็ว พร้อมช่วยลดรอยแดงจากการกดสิวใหม่
  7. ฉายแสง Acne Cure Light ช่วงความยาวคลื่นแบบ Dual mode
    ระยะเวลาในการฉายแสง 20-30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อสิว ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดเชื้อ P. acne สาเหตุของการเกิดสิวอย่างได้ผล ซึ่งโดยปกติการรักษาด้วยวิธีนี้เหมาะกับคนไข้สิวทุกประเภท รวมถึงสิวดื้อยา และสิวอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากไม่รบกวนหรือกระตุ้นผิวหน้าแต่อย่างใด
  8. บำรุงผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์ และลงครีมกันแดด
    เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตามด้วยครีมกันแดดเนื้อบางเบา ปกป้องผิวจากรังสี UVA/ UVB อ่อนโยนแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย


โปรแกรมรักษารอยแดง รอยดำจากสิว
Derm Clear Light 6 Step

โปรแกรมลดรอยแดง รอยดำ จากสิว พร้อมกระชับรูขุมขนด้วยวิตามินและเลเซอร์ IPL

ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์

  1. Gentle Cleansing ขั้นตอนทำความสะอาดผิว
    คลีนและเคลียร์ผิวให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต์ต่อผิวและทำความสะอาดผิวอย่าง ล้ำลึกโดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน
  2. Bio Skin Peeling ผลัดเซลล์ผิวด้วยสารสกัดธรรมชาติและกรดผลไม้
    ขั้นตอนสำคัญในการลดไขมันอุดตัน ขจัดสิ่งสปรกตกค้างในรูขุมขน จึงช่วยลดการก่อตัวของสิวอุดตัน อีกทั้งช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหมองคล้ำ รวมถึงเซลล์ผิวผิวที่ตายแล้ว ช่วยลดขนาดคอมีโดน และช่วยให้หัวสิวหลวมตัว กดออกได้ง่ายขึ้น โดยการเลือก Peeling agent ซึ่งเป็นสารสกัดผสมสูตรเฉพาะ ไม่ใช่สารสกัดเชิงเดี่ยว เพื่อให้เหมาะสมกับผิวแต่ละประเภท โดยเฉพาะผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และด้วยส่วนผสมที่ลงลึกกว่า Chemical Peeling ทั่วไป จึงสามารถช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดการอักเสบของสิวเดิม ลดรอยดำจากกระฝ้า อีกทั้งชะลอและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย
  3. Vita boost ขั้นตอนการผลักวิตามินและสารอาหารผิวอย่างล้ำลึกด้วยคลื่นเหนือเสียง
    เพื่อการฟื้นฟูผิวอย่างรวดเร็ว โดยวิตามินสูตร Vita-complex ส่วนผสมของ Hyaluronic และ Niacinamide และ Depigment cocktail จึงช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดรอยแดง รอยดำจากสิว พร้อมลดการอักเสบและระคายเคืองได้ตั้งแต่ครั้งแรก
  4. เลเซอร์/ IPL 2 โหมดการรักษาได้แก่ ลดการอักเสบของสิว และรอยแดง รอยดำจากสิวอย่างได้ผล
    ซึ่งเป็นการใช้ความยาวคลื่นที่จำเพาะ เพื่อรักษาและปรับสภาพผิว โดยการเสริมสร้างเซลล์ที่ดี และจำเพาะกับเซลล์ที่มีปัญหา
  5. Cool Calm Finale ขั้นตอนของการผลักวิตามินเข้มข้น Aloe & Centella complex ด้วยความเย็น พร้ออมช่วยกระชับรูขุมขน เพื่อการบำรุงถึงขีดสุดให้กับเซลล์ผิว หลังทำครั้งแรกจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวนุ่ม ชุ่มชื้น และดูสดใสขึ้น
  6. บำรุงผิวด้วยมอยเจอไรเซอร์ และลงครีมกันแดด
    เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ยาวนานยิ่งขึ้น ตามด้วยครีมกันแดดเนื้อบางเบา ปกป้องผิวจากรังสี UVA/ UVB อ่อนโยนแม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย

Pico Bright Radiant

โปรแกรมลดรอยแดง รอยดำ รอยหมองคล้ำ ด้วย Picosecond Laser และ วิตามิน

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

โปรแกรมรักษาหลุมสิวด้วย Gold Derma Laser


ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

ซึ่งเป็นเลเซอร์ในระบบ Micro-needle Fractional RF อันทรงประสิทธิภาพในการรักษาหลุมสิว, กระชับรูขุมขน, ยกกระชับผิว, ช่วยให้ผิวแน่นละเอียดอ่อนเยาว์, โดยการส่งผ่านพลังงานของคลื่นพลังงานวิทยุที่เหมาะสมและแม่นยำ (fractional radio frequency energy) ผ่าน Gold Plate Microneedles ซึ่งสามารถปรับระดับความลึก 0.5 - 3.5 mm จึงสามารถออกแบบการรักษาในการแก้ปัญหาหลุมสิวที่อยู่ลึก ได้โดยการส่งพลังงานผ่านหัวเข็ม Gold Plate Microneedles ลงสู่ผิวชั้นหนังแท้ เกิดขบวนการ Ablasion และ Coagulation ส่งผลในการกระตุ้นคอลลาเจน ไฟโบรบลาสต์ เกิด Cell regeneration อย่างรวดเร็ว และเกิดการเรียงตัวใหม่ (Dermal remodelling) ของคอลลาเจนที่เรียงตัวผิดปกติในชั้นผิวหนังแท้โดยไม่กระทบผิวหนังชั้นบน แก้ปัญหาผิวที่แก้ไขได้ยาก สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เพียง 1 ครั้ง หลังการรักษาเพียง 1 สัปห์ดา และเห็นการเปลี่ยนแปลงสูงสุดภายใน 3 เดือนและ เกิด Cell regeneration ต่อเนื่องจนถึง 6 เดือนในหลังเข้ารับการรักษาตั้งแต่ครั้งแรก สัมผัสผลลัพธ์จากผิวที่เรียบเนียนและยกกระชับขึ้น โดยมี Downtime ที่ต่ำมากหรือ No downtime ผิวหนังฟื้นฟูสภาพโดยเกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุด ซึ่งจะแตกต่างจากการส่งพลังโดยเลเซอร์ ซึ่งส่งผลต่อผิวหนังชั้นบน หรือ epidermis อาจเกิดผิวที่เข้มขึ้น (PIH) เกิดแผลตกสะเก็ด พักฟื้นนาน และไม่สามารถแก้ปัญหาหลุมสิวที่อยู่ลึกได้เต็มประสิทธิภาพ โดย Gold Derma Laser มี 2 mode หลักในการรักษา คือ Gold matrix ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวในรูปแบบ Sublative rejuvenation และ Gold Plate Microneedles ทำงานในรูปแบบ Minimally invasive rejuvenation มีประสิทธิภาพในการรักษาหลุมสิวที่อยู่ลึก กระชับรูขุมขน ยกกระชับผิว ลดริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์ สามารถแก้ปัญหาบริเวณผิวหน้า และผิวกาย


GOLD DERMA LASER ทำงานอย่างไร ?

ให้ผลการรักษาที่ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก ภายใน 1 สัปห์ดา

GOLD DERMA LASER เหมาะกับใครบ้าง ?

ข้อดีของการทำ GOLD DERMA LASER
  1. เห็นผลเร็วใน 1 สัปห์ดา เห็นการเปลี่ยนแปลงในการรักษาเพียง 1 ครั้ง ควรทำการรักษาอย่างต่อเนื่องในทุก 1-3 เดือน 3-4 ครั้ง
  2. มีประสิทธิภาพสูง และ ปลอดภัย สามารถรักษาได้ในทุก Skin type ทุกสีผิวช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ผลัดเซลล์ผิวใหม่ เพื่อผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนยิ่งขึ้น (Uneven skin tone and texture)
  3. เห็นผลสูงสุดในการรักษาเพียง 3 สัปห์ดา และเกิด Cell regeneration ต่อเนื่อง 6 เดือน
  4. เจ็บน้อย down time สั้น
  5. ให้ผลดีมากในการรักษาหลุมสิว แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง รวมถึงรักษารอยแตกลาย
  6. ลดริ้วรอยจากผิวที่แน่นกระชับขึ้น
  7. ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์

ขั้นตอนการรักษา
  1. ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีในการแปะยาชาบริเวณทำจะทำการรักษา
  2. ทำการรักษาด้วย 2 mode ในการรักษาคือ Gold matrix หรือ Gold Plate Microneedles ที่เปิดใช้ใหม่ในทุกครั้ง (Disposable tip matrix)
  3. ระหว่างทำการรักษาใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำการรักษา
  4. ที่ BAC Clinic มีการทำเมโส หลุมสิวกระชับรู้ขุมขน สะกิดผิวทั่วบริเวณ และฉีดบริเวณที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษเช่นหลุมสิว เพื่อให้เกิดการซ่อมแซมผิวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  5. ทายา มาร์คหน้า peptide และฉายแสง Lime light therapy เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนลดอาการบวมแดง ลดความระคายเคืองผิว

อัตราค่ารักษา 5,900 บาท/ครั้ง

รักษาสิว รอยแดง รอยดำ รอยหลุมสิว ด้วยเครื่องมือทันสมัย และศาสตร์ Holistic Medicine ในราคาสมเหตุสมผล